|
มี.ค. 15
2010
|
ทำไมเกิดแผ่นดินไหวบ่อยขึ้น?Posted by: NormalFault on มี.ค. 15, 2010 Tagged in: แผ่นดินไหว , earthquake
|
|

ข่าวเกี่ยวกับแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นแทบจะทุกวันในช่วงตลอดระยะหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวเฮติและชิลี ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่าแผ่นดินไหวเกิดบ่อยขึ้นหรือไม่? ทำไมจึงมีแผ่นไหวเพิ่มมากขึ้น? หรือว่าโลกเรากำลังจะแตก?
ดูเหมือนว่าคำถามเหล่านี้จะเป็นความจริงตามความรู้สึกที่ได้จากการรับรู้ข่าวสารในปัจจุบัน แต่คำตอบก็คือ แผ่นดินไหวยังคงเกิดขึ้นในอัตราปกติ จากข้อมูลสถิติแผ่นดินไหวโดย USGS ที่บันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1900 (ดูสถิติ NEIC's Earthquake Statistics)
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น นาย Dave Schumaker ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว โดยเลือกแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ถึง 6.9 มาศึกษาตามหลักสถิติอย่างง่าย พบว่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมาแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ถึง 6.9 เฉลี่ยแล้วเกิดขึ้นในช่วงทุกๆ 2.7 ถึง 3.5 วัน แม้แต่ปีนี้เองก็ยังคงอยู่ในอัตราเฉลี่ยนี้ (ดูกราฟและข้อมูลการวิเคราะห์ของเขาที่นี่)
การที่เรารู้สึกว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยมากขึ้นนั้นเนื่องมาจากหลายสาเหตุที่สามารถสรุปได้ดังนี้ (สรุปข้อมูลจาก USGS)
- สถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก ซึ่งทำให้สามารถระบุแผ่นดินไหวได้แม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น แม้แต่แผ่นดินไหวขนาดเล็กๆ ที่ไม่เคยตรวจเจอมาก่อน ปัจจุบันมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นประมาณ 12,000 ถึง 14,000 ครั้งต่อปี หรือเฉลี่ยแล้ว 50 ครั้งต่อวัน
- ในขณะที่จำนวนแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มีอัตราค่อนข้างคงที่ แต่จำนวนประชากรในเขตเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวกลับมีเพิ่มมากขึ้น ทำให้หลายคนคิดว่าแผ่นดินไหวมีความรุนแรงมากขึ้น สิ่งก่อสร้างที่มาพร้อมกับการเติบโตของจำนวนประชากรมีความแข็งแรงทนทานต่อแผ่นดินไหวแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ในแผ่นดินไหวขนาดเท่ากัน แต่ความเสียหายอาจแตกต่างกัน
- การสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ดีขึ้น ในอดีตเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้น ผู้คนในอีกซีกโลกอาจจะไม่รับรู้ข่าวสาร หรืออาจจะรู้ช้ากว่าไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์ และอาจจะเป็นแค่ข่าวเล็กๆ เท่านั้น แต่ปัจจุบันเรามีอินเตอร์เน็ตที่สามารถรับรู้ข่าวสารได้อย่างทันท่วงที การพัฒนาด้านการสื่อสารและความสนใจต่อภัยธรรมชาติที่เพิมมากขึ้น ทำให้ประชาชนเริ่มหันมาสนใจแผ่นดินไหวมากขึ้นด้วย
- แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างค่อนข้างคงที่ในแต่ละปี แต่ประชาชนกลับให้ความสนใจเฉพาะแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายมากกว่าแผ่นดินไหวบริเวณอื่นๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีความเสียหาย ทำให้มองดูเหมือนว่าแผ่นดินไหวไหวกระจุกกันอยู่ในบริเวณหนึ่งๆ เท่านั้น
นอกจากนี้ USGS ยังได้สรุปไว้อย่างน่าสนใจด้วยว่า จำนวนแผ่นดินไหวที่เพิ่มขึ้นช่วงระยะสั้นๆ ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ตามมา ในขณะเดียวกัน เมื่อไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีก โดยปกติแล้วการเพิ่มหรือลดของอัตราการเกิดแผ่นดินไหวในช่วงระยะสั้นๆ เป็นผลจากการปรับสมดุลความกดดันของเปลือกโลกตามธรรมชาติ ซึ่งยังไม่สามารถทำนายการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่อย่างแม่นยำได้ในขณะนี้
แม้ว่าสื่อต่างๆ จะพยายามทำให้ดูน่ากลัว แต่แผ่นดินไหวไม่ได้เพิ่มจำนวนหรือรุนแรงมากขึ้นดังที่คิด จำนวนแผ่นดินไหวในปัจจุบันยังคงอยู่ในอัตราปกติเมื่อเที่ยบกับในอดีต ฉะนั้นอย่าได้วิตกเมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งต่อไป แต่จงเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ!




